~๐๐:: วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร [วัดใหญ่] ถนนพุทธบูชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ๖๕๐๐๐ ::๐๐~
ประวัติพระพุทธชินราช พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปที่พุทธศาสนิกชนชาวไทย และชาวต่างประเทศรู้จักกันดี เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปที่มี พุทธลักษณะ สวยงามเด่นสง่าที่สุดของประเทศไทย นับว่าเป็นประติมากรรมชั้นสูงสุดแห่งพุทธศิลป์ ช่างผู้สร้างพระพุทธรูปขึ้นมาด้วยจินตนาการอันบริสุทธิ์โดยไม่มีต้นแบบจากที่ใดๆ พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยสุโขทัย หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย มีหน้าตักกว้าง ๕ ศอก ๑ คืบ ๕ นิ้ว (๒.๘๕ เมตร) สูง ๗ ศอก ๑ คืบ(๓.๗๒ เมตร) ตั้งประดิษฐานบนฐานชุกชี มีลายปูนปั้น เป็นรูปบัวคว่ำบัวหงาย ในการสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และ พระศรีศาสดา มีหลักฐานจากหนังสือ พงศาวดารเหนือกล่าวไว้ว่า ในปีพุทธศักราช ๑๕๐๐ และบางฉบับกล่าวไว้ว่า ในปีพุทธศักราช ๑๙๐๐ พระเจ้าศรีธรรม-ไตรปิฎก หรือพระมหาธรรมราชาลิไท หลังจากได้ทรงสร้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระองค์ได้ทรงรับสั่งให้ช่างที่มีฝีมือดีคือ บาอินทร์ บาพราหมณ์ บาพิษณุ บาราชสิงห์ และบาราชกุศล จากเมืองศรีสัชนาลัย เมืองสวรรคโลก เมืองเชียงแสน และเมืองหริภุญชัย ช่วยกันหล่อพระพุทธรูปขึ้น ๓ องค์ คือพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ พระศรีศาสดา เพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานในพระวิหารที่พระองค์ได้จัดสร้างขึ้น แต่การหล่อในคราวนั้นตามพงศาวดารเหนือกล่าวว่าเมื่อกะเทาะหุ่นออกมาแล้วทองแล่นติดเป็นองค์พระบริบูรณ์เพียง ๒ องค์เท่านั้น คือพระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา ส่วนพระพุทธชินราชนั้นทองแล่นไม่เต็มองค์ เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก จึงทำการหล่ออีก ๒ ครั้งแต่ก็เป็นเช่นเดิม พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกจึงทรงตั้งจิตอธิษฐานขอให้เทพยดาจงช่วยดลใจให้สร้างพระพุทธรูปสำเร็จตามพระประสงค์ด้วยเถิด และพอถึงวันพฤหัสบดี ขึ้น ๘ ค่ำเดือน ๖ ปีมะเส็ง นพศก จุลศักราช ๓๑๙ จึงได้ทำพิธีเททองอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ปรากฏว่ามีตาปะขาวผู้หนึ่งที่ไม่มีใครทราบว่ามาจากไหน ได้เข้ามาช่วยปั้นหุ่นและเททองด้วยตนเอง เมื่อกะเทาะหุ่นออกมาเป็นที่ประหลาดใจมาก เพราะทองแล่นติดเต็มองค์พระ เนื้อทองสัมฤทธิ์สุกสกาวสดใส งามหาที่ติมิได้ การปิดทองครั้งที่ ๑ แต่เดิมพระพุทธชินราชมิได้มีการลงรักปิดทองดังเช่นปัจจุบันนี้ มีหลักฐานการปิดทองครั้งแรกในสมัย สมเด็จพระเอกาทศรถ คราวเสด็จมานมัสการพระพุทธชินราช ดังปรากฏหลักฐานในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพระราชเลขา สมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรส ว่า "พ.ศ. ๒๑๔๖ สมเด็จพระเอกาทศรถ เสด็จฯมาทรงนมัสการพระพุทธชินราช ตรัสให้เอาทองนพคุณ เครื่องราชูปโภค ทำเป็นทองปะทาสี แล้วทรงปิดพระพุทธชินราชด้วยพระองค์เอง เสร็จสมบูรณ์ ก็แต่งการฉลองเล่นมหรสพ บูชาสักการะ ๗ วัน ๗ คืน เป็นมโหฬารหนักหนา..." การปิดทองครั้งที่ ๒ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวเสด็จฯมาเททองหล่อพระพุทธชินราชจำลอง ดังปรากฏหลักฐานใน พระราชหัตถเลขา คราวเสด็จฯ มณฑลฝ่ายเหนือในรัชกาลที่ ๕ ความตอนหนึ่งว่า "วันที่ ๑๗ ตุลาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๐ (พ.ศ.๒๔๔๔) วันนี้ย่ำรุ่ง ๕๒ นาที ปิดทองพระชินราช ฉันได้ปิดทองตลอดทั่วทั้งพระพักตร์ ตามอย่างสมเด็จพระเอกาทศรถทรงปิดทองพระพุทธชินราช พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปิดทองพระพุทธชินสีห์..". " ส่วนการปิดทองนั้น พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการและกรมช่างรักปิดต่อไป แล้วสำเร็จในเวลาบ่าย ๒ โมง.." การปิดทองครั้งที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงปิดทองที่พระพักตร์พระพุทธชินราชเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๗ และช่างกรมศิลปากรได้ดำเนินการปิดทองต่อมาจนเสร็จสมบูรณ์ มีการจัดงานฉลองสมโภชพระพุทธชินราชตามพระราชประเพณีที่ได้เคยปฏิบัติมา ในวันที่ ๑ - ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๗ รวม ๙ วัน ๙ คืน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานสมโภชพระพุทธชินราช ในวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๗ พระพุทธชินราช มีซุ้มเรือนแก้วแกะสลักด้วยไม้สัก ลงรักปิดทอง มีความประณีตอ่อนช้อย งดงาม ช่วยเน้นให้องค์ของพระพุทธชินราชงดงามเด่น ชัดเจนยิ่งขึ้น สันนิษฐานว่า ซุ้มเรือนแก้วได้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ปัจจุบัน พระพุทธชินราช ประดิษฐานในพระวิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร นับเป็นพระพุทธรูปที่มีพระพุทธลักษณะงดงาม และศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนทั่วไป History of Phra Buddha Chinnaraj Phra Buddha Chinnaraj image is well known to Thai Buddhists as well as to foreign buddhists. This is due to the beautiful Buddha Characteristic and the classical magnificent sculpture. Phra Buddha Chinnaraj image made from the bronze metals,Marn Vichai model eposode of 2.85 meters measuring from end of laps in siting posture and height of 3.72 meters. The casting of Phra buddha Chinnaraj image, Phra Buddha Chinnasi image and Phra Sri Sardsada image had been registered in the Northern History viz:- " In the year 1447 (B.E.1990) Phra Chao Sri Dhamma Tri Pidok or Phra Maha Dhamma Raja - Li Thai, after the completion of building of Wat Phra Sri Rattana Mahathat wanted to cast 3 Buddha images as the Pricipal image in the Viharn. The king got 5 Brahmans named Ba Indra, Ba Brahm, Ba Phissanu, Ba Raja Singh and Ba Raja Kusol. The king asked for renowned sculptors from Sri Sachanalai town, Sawankhalok together with first class artisans from Chiang Saen and Hari Phun chai to assist in the casting of the 3 Buddha images"

ลิขสิทธิ์เป็นของ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร [วัดใหญ่] ๙๒/๓ ถนนพุทธบูชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
ดำเนินการโดย ไวยาวัจกรวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร [วัดใหญ่] พิษณุโลก
เว็ปมาสเตอร์ Sopon Kongseang