วัดพระศรีรัตนมหาธาตุจังหวัดพิษณุโลก ตามประวัติกล่าวไว้ว่าได้สร้างมาตั้งแต่กรุงสุโขทัยถือได้ว่าเป็นวัดที่เก่าแก่และมีความเจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอด จากหลักฐานปรากฏว่าเป็นวัดที่มีความสำคัญเพราะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มีความงดงามเป็นเลิศคือ พระพุทธชินราช และพระพุทธชินสีห์ พระมหากษัตริย์ตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นต้นมา ได้ทรงให้ความสำคัญแก่วัดนี้มาโดยตลอด แต่เจ้าอาวาสผู้ปกครองดูแลรักษาพระอารามแห่งนี้ไม่มีปรากฏและไม่มีหลักฐานมาอ้างอิงในข้อนี้ได้ หลักฐานเท่าที่ค้นพบปรากฏในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕(พ.ศ.๒๔๔๔) ว่า พระปรากรมมุนี(เปลี่ยน)เดิมอยู่ที่วัดสามจีน(วัดไตรมิตรฯ) กรุงเทพ ฯ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะไปอยู่เมืองพิษณุโลก ครั้นชราภาพแล้ว โปรดให้กลับไปอยู่ที่วัดประยูรวงศาวาส และย้ายไปอยู่วัดประทุมคงคา เมื่อพระปรากรมมุนี ย้ายไปแล้วไม่พบหลักฐานมายืนยันว่าท่านผู้ใดมาครองวัดพระศรีรตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ต่อได้พบหนังสือธรรมเนียมวัดสมัยยังเป็นมณฑล แต่หนังสือนั้นปกขาดหายไป ไม่ทราบว่าพิมพ์ขึ้นในพ.ศ.ใด ข้อความในหนังสือนั้นว่าดังนี้ เมืองพิษณุโลก ๑ อำเภอเมืองหมวดที่ ๑ วัดราชบูรณะ ในเมือง พระครูอนุโยคสานกิจ รองเจ้าคณะเมืองว่าการแทนเจ้าคณะเมือง หมวดที่ ๒ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ในเมือง พระสมุห์บัว สันนิษฐานว่า พระสมุห์บัว นั้นอาจเป็นพระฐานานุกรมของพระปรากรมมุนี เมื่อพระปรากรมมุนี ย้ายกลับกรุงเทพแล้วจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุชั่วคราวไปก่อนก็เป็นได้ เป็นอันว่าเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเท่าที่ปรากฎคือ ๑. พระปรากรมมุนี (เปลี่ยน) ปี พ.ศ. ๒๔๔๔ ๒. พระสมุห์บัว ไม่ทราบปี พ.ศ ใด ๓. พระวรญาณมุนี (พร้อม พุทธสรโณ นิลพงศ์ ป.ธ. ๗) - เกิดเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๔๒๒ ตรงกับวันศุกร์ แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๖ ปีเถาะ ที่ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอท่าหลวง จังหวัดพิจิตร - เมื่อบรรพชาอุปสมบทแล้วได้ไปศึกษาอยู่กับพระเมธี วัดมหาธาตุ กรุงเทพสอบไล่ได้เปรียญธรรม ๗ ประโยค - พ.ศ. ๒๔๕๓ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่พระวรญาณมุนีและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ - พ.ศ. ๒๔๗๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะมณฑลพิษณุโลกและได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชในนามเดิม - มรณภาพเมื่อวันที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๑ สิริรวมอายุ ๖๙ ปี ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสได้ ๓๘ ปี ๔. พระพิษณุบุราจารย์ (แพ พากุโล ปานกลิ่น ป.ธ. ๖) - เกิดเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๔๔๑ - เมื่อบรรพชาอุปสมบทแล้ว ได้ไปศึกษาพระปริยัติธรรม ณ วัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๖ ประโยค - วันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะแขวงเมือง, - พ.ศ. ๒๔๘๖ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก - วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๐ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระพิษณุบุราจารย์ นรเทพบริหาร สังฆปาโมกข์ - พ.ศ ๒๔๙๑ ได้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ - ท่านได้มรณภาพลงเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ สิริรวมอายุ ๗๔ ปี ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ๒๔ ปี ๕. พระราชรัตนรังษี (ทองปลิว โสรโต พูลพิพัฒน์ นธ. เอก) - เกิดเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ณ บ้านจอมทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก - อุปสมบท ณ วัดจอมทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๑ - ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ - ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๔ - มรณภาพเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔ สิริรวมอายุ ๘๐ ปี ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ๑๘ ปี ๖. พระธรรมเสนานุวัตร (บำรุง ฐานุตฺตโร มากก้อน ป.ธ. ๗) - เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๐ ณ บ้านหมู่ที่ ๓ ตำบลมะขามสูง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก - บรรพชาเมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ ณ วันกระมังคลาราม ตำบลหอกลอง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก - อุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๐ ณ พัทธสีมาวัดกระบังมังคลาราม โดยมีพระพิศาลธรรมภาณี เป็นอุปัชฌาย์ - พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก - พ.ศ.๒๕๑๘ เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก - พ.ศ. ๒๕๑๘ สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๗ ประโยค สำนักเรียนวัดทองนพคุณ กรุงเทพฯ - พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก - พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก - พ.ศ. ๒๕๓๒ เป็นพระอุปัชฌาย์วิสามัญ - พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นรองเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร - พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร - พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะภาค ๕ จนถึงปัจจุบัน สมณศักดิ์ - พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ "พระศรีรัตนมุนี" - พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ "พระราชรัตนมุนี" - พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ "พระเทพรัตนกวี" - พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ "พระธรรมเสนานุวัตร"